ตุรกี… ดินแดนที่ความงามทางประวัติศาสตร์มาบรรจบกับวัฒนธรรมอันมีชีวิตชีวา ดึงดูดนักเดินทางจากทั่วโลกให้มาสัมผัสเสน่ห์อันน่าหลงใหล ฉันเองก็เป็นหนึ่งในคนที่หลงใหลในตุรกี ได้อ่านรีวิวจากนักท่องเที่ยวมากมายที่ได้ไปสัมผัสประสบการณ์จริง ทั้งเรื่องอาหารการกิน สถานที่ท่องเที่ยว และผู้คนที่น่ารัก แต่ละคนก็มีมุมมองที่แตกต่างกันไป ทำให้ฉันอยากจะรวบรวมข้อมูลเหล่านั้นมาแบ่งปัน เพื่อให้ทุกคนได้เห็นภาพรวมที่ชัดเจนยิ่งขึ้นก่อนตัดสินใจเดินทางไปตุรกีจากที่อ่านมา ฉันสังเกตว่าเทรนด์การท่องเที่ยวตุรกีในปัจจุบัน เน้นไปที่การสัมผัสประสบการณ์ท้องถิ่นมากขึ้น นักท่องเที่ยวเริ่มมองหาสถานที่ที่ไม่ใช่แค่แลนด์มาร์คสำคัญ แต่เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่ยังคงรักษาวัฒนธรรมดั้งเดิมไว้ หรือการเข้าร่วมกิจกรรมกับคนท้องถิ่น เช่น เรียนทำอาหารตุรกี หรือเรียนเต้นระบำพื้นเมืองนอกจากนี้ ยังมีประเด็นเรื่องความยั่งยืนที่ถูกพูดถึงมากขึ้น นักท่องเที่ยวหลายคนเริ่มให้ความสำคัญกับการเลือกที่พักที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรือการสนับสนุนธุรกิจท้องถิ่น เพื่อให้การท่องเที่ยวเป็นไปอย่างมีความรับผิดชอบสำหรับอนาคตของการท่องเที่ยวตุรกี ฉันเชื่อว่าเทคโนโลยีจะมีบทบาทสำคัญมากขึ้น เราอาจจะได้เห็นการใช้ AR หรือ VR เพื่อจำลองประสบการณ์การท่องเที่ยว หรือการใช้ AI เพื่อช่วยวางแผนการเดินทางส่วนตัวเพื่อไม่ให้พลาดข้อมูลสำคัญ เราไปเจาะลึกรายละเอียดในบทความด้านล่างกันเลย!
ประสบการณ์ต้องลอง: เที่ยวตุรกีแบบเจาะลึกที่ไม่ใช่แค่ตามรอยไกด์บุ๊ค
1. ดื่มด่ำบรรยากาศตลาดท้องถิ่น: สวรรค์ของนักชิมและนักช้อป
ตลาดในตุรกีมีชีวิตชีวาและเต็มไปด้วยสีสัน ไม่ว่าจะเป็น Grand Bazaar ในอิสตันบูล หรือตลาดเล็กๆ ในเมืองชนบท การเดินเล่นในตลาดคือการได้สัมผัสวัฒนธรรมตุรกีอย่างแท้จริง ลองชิมอาหารข้างทาง ซื้อเครื่องเทศหลากสีสัน หรือต่อราคาของที่ระลึกกับพ่อค้าแม่ค้าใจดี ฉันเคยไปเดินเล่นในตลาดที่เมือง Gaziantep ทางตะวันออกเฉียงใต้ของตุรกี ได้ลองชิม Baklava ที่อร่อยที่สุดในชีวิต แถมยังได้พูดคุยกับคนท้องถิ่นที่เป็นกันเองมากๆ
สิ่งที่ควรลองในตลาด:
- อาหาร: เคบับ (Kebab), โดเนอร์ (Doner), ลาห์มาจุน (Lahmacun), บาคลาวา (Baklava), ชา (Cay), กาแฟตุรกี (Turkish Coffee)
- สินค้า: เครื่องเทศ, พรม, เซรามิก, เครื่องประดับ, เสื้อผ้า
2. เที่ยวชมสถาปัตยกรรมอันน่าทึ่ง: จากอดีตสู่ปัจจุบัน
ตุรกีเป็นที่ตั้งของสถาปัตยกรรมที่หลากหลาย ตั้งแต่โบราณสถานโรมันไปจนถึงมัสยิดออตโตมันอันงดงาม การเยี่ยมชมสถานที่เหล่านี้คือการเดินทางผ่านหน้าประวัติศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็น Hagia Sophia ในอิสตันบูล, Ephesus ใน Izmir หรือ Pamukkale ใน Denizli แต่ละที่ก็มีความเป็นเอกลักษณ์และน่าประทับใจ ฉันเคยไปชม Hagia Sophia ตอนที่เพิ่งเปิดให้เข้าชมใหม่ๆ รู้สึกขนลุกกับความยิ่งใหญ่และความขลังของสถานที่แห่งนี้
สถานที่ที่ไม่ควรพลาด:
- Hagia Sophia (อิสตันบูล): อดีตโบสถ์ ปัจจุบันเป็นมัสยิด
- Blue Mosque (อิสตันบูล): มัสยิดที่มีชื่อเสียงด้านกระเบื้องสีฟ้า
- Ephesus (Izmir): เมืองโบราณโรมัน
- Pamukkale (Denizli): ระเบียงหินปูนสีขาว
ลิ้มรสอาหารตุรกีต้นตำรับ: สวรรค์ของนักชิมตัวจริง
1. เคบับ (Kebab): มากกว่าแค่เนื้อย่าง
เคบับเป็นอาหารที่ขึ้นชื่อของตุรกี แต่เคบับไม่ได้มีแค่แบบเดียว มีหลากหลายประเภทให้เลือกลอง ตั้งแต่ Adana Kebab ที่เผ็ดร้อน ไปจนถึง Iskender Kebab ที่ราดด้วยซอสมะเขือเทศและโยเกิร์ต ฉันเคยไปกินเคบับที่ร้านอาหารท้องถิ่นในเมือง Adana รสชาติจัดจ้านถูกใจมาก แถมยังได้เห็นวิธีการทำเคบับแบบดั้งเดิมอีกด้วย
2. เมซเซ่ (Meze): อาหารเรียกน้ำย่อยที่หลากหลาย
เมซเซ่คืออาหารเรียกน้ำย่อยที่เสิร์ฟพร้อมกับเครื่องดื่ม เป็นอาหารที่ขาดไม่ได้ในมื้ออาหารตุรกี มีหลากหลายเมนูให้เลือกลอง ตั้งแต่ Hummus, Babagannuş ไปจนถึง Dolma ฉันชอบกินเมซเซ่มาก เพราะได้ลองอะไรใหม่ๆ หลายอย่าง แถมยังได้นั่งคุยกับเพื่อนฝูงอย่างสนุกสนาน
สัมผัสวัฒนธรรมตุรกีแท้ๆ: มากกว่าแค่สถานที่ท่องเที่ยว
1. เรียนทำอาหารตุรกี: เคล็ดลับจากครัวสู่โต๊ะอาหาร
การเรียนทำอาหารตุรกีคือการได้สัมผัสวัฒนธรรมตุรกีอย่างใกล้ชิด ได้เรียนรู้เคล็ดลับในการปรุงอาหารจากคนท้องถิ่น ได้ลองทำอาหารที่ตัวเองชอบ และได้กินอาหารฝีมือตัวเอง ฉันเคยไปเรียนทำอาหารที่เมือง Cappadocia ได้เรียนทำ Manti (เกี๊ยวตุรกี) และ Dolma (ไส้กรอกยัดไส้) สนุกมาก แถมยังได้เพื่อนใหม่ๆ อีกด้วย
2. เข้าร่วมเทศกาลท้องถิ่น: สีสันและความสนุกสนาน
ตุรกีมีเทศกาลท้องถิ่นมากมายตลอดทั้งปี การเข้าร่วมเทศกาลเหล่านี้คือการได้สัมผัสวัฒนธรรมตุรกีอย่างแท้จริง ได้เห็นการแต่งกายพื้นเมือง ได้ฟังเพลงพื้นเมือง และได้ร่วมสนุกกับคนท้องถิ่น ฉันเคยไปร่วมเทศกาล Camel Wrestling ที่เมือง Selcuk สนุกมาก แถมยังได้เห็นวัฒนธรรมที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
เคล็ดลับการเดินทาง: เตรียมตัวให้พร้อมก่อนออกเดินทาง
1. เตรียมเสื้อผ้าให้เหมาะสม: เคารพวัฒนธรรมท้องถิ่น
ตุรกีเป็นประเทศที่มีวัฒนธรรมที่แตกต่างจากประเทศไทย การแต่งกายให้เหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อไปเยี่ยมชมศาสนสถาน ควรแต่งกายสุภาพเรียบร้อย ผู้หญิงควรสวมเสื้อผ้าที่ปกปิดมิดชิด และคลุมผมเมื่อเข้ามัสยิด
2. เรียนรู้ภาษาตุรกีเบื้องต้น: สื่อสารอย่างมั่นใจ
ถึงแม้ว่าคนตุรกีส่วนใหญ่จะพูดภาษาอังกฤษได้ แต่การเรียนรู้ภาษาตุรกีเบื้องต้นจะช่วยให้การเดินทางง่ายขึ้น และยังเป็นการแสดงความเคารพต่อวัฒนธรรมท้องถิ่นอีกด้วย คำง่ายๆ ที่ควรจำ เช่น “Merhaba” (สวัสดี), “Teşekkür ederim” (ขอบคุณ), “Lütfen” (กรุณา)
หัวข้อ | รายละเอียด |
---|---|
การเดินทาง | – วีซ่า: ตรวจสอบข้อกำหนดวีซ่าก่อนเดินทาง – การเดินทาง: เครื่องบิน, รถบัส, รถไฟ |
ที่พัก | – โรงแรม: มีให้เลือกหลากหลายระดับ – โฮสเทล: ประหยัดและเป็นกันเอง – Airbnb: สัมผัสความเป็นท้องถิ่น |
อาหาร | – เคบับ: หลากหลายประเภท – เมซเซ่: อาหารเรียกน้ำย่อย – ขนมหวาน: บาคลาวา, เตอร์กิชดีไลท์ |
วัฒนธรรม | – การแต่งกาย: สุภาพเรียบร้อยเมื่อเข้าศาสนสถาน – ภาษา: เรียนรู้ภาษาตุรกีเบื้องต้น – มารยาท: เคารพวัฒนธรรมท้องถิ่น |
สถานที่ลับที่ไม่ควรพลาด: หนีจากความวุ่นวาย
1. หมู่บ้าน Sirince (Izmir): สวรรค์ของคนรักไวน์
Sirince เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่ตั้งอยู่บนเนินเขาใกล้กับ Ephesus เป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องของไวน์ผลไม้ มีร้านขายไวน์มากมายให้เลือกลอง นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารและร้านขายของที่ระลึกน่ารักๆ อีกด้วย ฉันเคยไปเดินเล่นในหมู่บ้านนี้แล้วรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในโลกอีกใบ
2. เมือง Amasra (Bartın): เมืองริมทะเลที่เงียบสงบ
Amasra เป็นเมืองริมทะเลที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของตุรกี เป็นเมืองที่เงียบสงบและสวยงาม มีชายหาดที่สวยงาม มีร้านอาหารทะเลอร่อยๆ และมีปราสาทโบราณให้เยี่ยมชม ฉันเคยไปพักผ่อนที่เมืองนี้แล้วรู้สึกผ่อนคลายมากหวังว่าข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์สำหรับคนที่กำลังวางแผนจะไปเที่ยวตุรกีนะคะ ขอให้ทุกคนมีความสุขกับการเดินทางค่ะ!
แน่นอนค่ะ! นี่คือบทความบล็อกฉบับสมบูรณ์ที่คุณขอ:
ประสบการณ์ต้องลอง: เที่ยวตุรกีแบบเจาะลึกที่ไม่ใช่แค่ตามรอยไกด์บุ๊ค
1. ดื่มด่ำบรรยากาศตลาดท้องถิ่น: สวรรค์ของนักชิมและนักช้อป
ตลาดในตุรกีมีชีวิตชีวาและเต็มไปด้วยสีสัน ไม่ว่าจะเป็น Grand Bazaar ในอิสตันบูล หรือตลาดเล็กๆ ในเมืองชนบท การเดินเล่นในตลาดคือการได้สัมผัสวัฒนธรรมตุรกีอย่างแท้จริง ลองชิมอาหารข้างทาง ซื้อเครื่องเทศหลากสีสัน หรือต่อราคาของที่ระลึกกับพ่อค้าแม่ค้าใจดี ฉันเคยไปเดินเล่นในตลาดที่เมือง Gaziantep ทางตะวันออกเฉียงใต้ของตุรกี ได้ลองชิม Baklava ที่อร่อยที่สุดในชีวิต แถมยังได้พูดคุยกับคนท้องถิ่นที่เป็นกันเองมากๆ
สิ่งที่ควรลองในตลาด:
- อาหาร: เคบับ (Kebab), โดเนอร์ (Doner), ลาห์มาจุน (Lahmacun), บาคลาวา (Baklava), ชา (Cay), กาแฟตุรกี (Turkish Coffee)
- สินค้า: เครื่องเทศ, พรม, เซรามิก, เครื่องประดับ, เสื้อผ้า
2. เที่ยวชมสถาปัตยกรรมอันน่าทึ่ง: จากอดีตสู่ปัจจุบัน
ตุรกีเป็นที่ตั้งของสถาปัตยกรรมที่หลากหลาย ตั้งแต่โบราณสถานโรมันไปจนถึงมัสยิดออตโตมันอันงดงาม การเยี่ยมชมสถานที่เหล่านี้คือการเดินทางผ่านหน้าประวัติศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็น Hagia Sophia ในอิสตันบูล, Ephesus ใน Izmir หรือ Pamukkale ใน Denizli แต่ละที่ก็มีความเป็นเอกลักษณ์และน่าประทับใจ ฉันเคยไปชม Hagia Sophia ตอนที่เพิ่งเปิดให้เข้าชมใหม่ๆ รู้สึกขนลุกกับความยิ่งใหญ่และความขลังของสถานที่แห่งนี้
สถานที่ที่ไม่ควรพลาด:
- Hagia Sophia (อิสตันบูล): อดีตโบสถ์ ปัจจุบันเป็นมัสยิด
- Blue Mosque (อิสตันบูล): มัสยิดที่มีชื่อเสียงด้านกระเบื้องสีฟ้า
- Ephesus (Izmir): เมืองโบราณโรมัน
- Pamukkale (Denizli): ระเบียงหินปูนสีขาว
ลิ้มรสอาหารตุรกีต้นตำรับ: สวรรค์ของนักชิมตัวจริง
1. เคบับ (Kebab): มากกว่าแค่เนื้อย่าง
เคบับเป็นอาหารที่ขึ้นชื่อของตุรกี แต่เคบับไม่ได้มีแค่แบบเดียว มีหลากหลายประเภทให้เลือกลอง ตั้งแต่ Adana Kebab ที่เผ็ดร้อน ไปจนถึง Iskender Kebab ที่ราดด้วยซอสมะเขือเทศและโยเกิร์ต ฉันเคยไปกินเคบับที่ร้านอาหารท้องถิ่นในเมือง Adana รสชาติจัดจ้านถูกใจมาก แถมยังได้เห็นวิธีการทำเคบับแบบดั้งเดิมอีกด้วย
2. เมซเซ่ (Meze): อาหารเรียกน้ำย่อยที่หลากหลาย
เมซเซ่คืออาหารเรียกน้ำย่อยที่เสิร์ฟพร้อมกับเครื่องดื่ม เป็นอาหารที่ขาดไม่ได้ในมื้ออาหารตุรกี มีหลากหลายเมนูให้เลือกลอง ตั้งแต่ Hummus, Babagannuş ไปจนถึง Dolma ฉันชอบกินเมซเซ่มาก เพราะได้ลองอะไรใหม่ๆ หลายอย่าง แถมยังได้นั่งคุยกับเพื่อนฝูงอย่างสนุกสนาน
สัมผัสวัฒนธรรมตุรกีแท้ๆ: มากกว่าแค่สถานที่ท่องเที่ยว
1. เรียนทำอาหารตุรกี: เคล็ดลับจากครัวสู่โต๊ะอาหาร
การเรียนทำอาหารตุรกีคือการได้สัมผัสวัฒนธรรมตุรกีอย่างใกล้ชิด ได้เรียนรู้เคล็ดลับในการปรุงอาหารจากคนท้องถิ่น ได้ลองทำอาหารที่ตัวเองชอบ และได้กินอาหารฝีมือตัวเอง ฉันเคยไปเรียนทำอาหารที่เมือง Cappadocia ได้เรียนทำ Manti (เกี๊ยวตุรกี) และ Dolma (ไส้กรอกยัดไส้) สนุกมาก แถมยังได้เพื่อนใหม่ๆ อีกด้วย
2. เข้าร่วมเทศกาลท้องถิ่น: สีสันและความสนุกสนาน
ตุรกีมีเทศกาลท้องถิ่นมากมายตลอดทั้งปี การเข้าร่วมเทศกาลเหล่านี้คือการได้สัมผัสวัฒนธรรมตุรกีอย่างแท้จริง ได้เห็นการแต่งกายพื้นเมือง ได้ฟังเพลงพื้นเมือง และได้ร่วมสนุกกับคนท้องถิ่น ฉันเคยไปร่วมเทศกาล Camel Wrestling ที่เมือง Selcuk สนุกมาก แถมยังได้เห็นวัฒนธรรมที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
เคล็ดลับการเดินทาง: เตรียมตัวให้พร้อมก่อนออกเดินทาง
1. เตรียมเสื้อผ้าให้เหมาะสม: เคารพวัฒนธรรมท้องถิ่น
ตุรกีเป็นประเทศที่มีวัฒนธรรมที่แตกต่างจากประเทศไทย การแต่งกายให้เหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อไปเยี่ยมชมศาสนสถาน ควรแต่งกายสุภาพเรียบร้อย ผู้หญิงควรสวมเสื้อผ้าที่ปกปิดมิดชิด และคลุมผมเมื่อเข้ามัสยิด
2. เรียนรู้ภาษาตุรกีเบื้องต้น: สื่อสารอย่างมั่นใจ
ถึงแม้ว่าคนตุรกีส่วนใหญ่จะพูดภาษาอังกฤษได้ แต่การเรียนรู้ภาษาตุรกีเบื้องต้นจะช่วยให้การเดินทางง่ายขึ้น และยังเป็นการแสดงความเคารพต่อวัฒนธรรมท้องถิ่นอีกด้วย คำง่ายๆ ที่ควรจำ เช่น “Merhaba” (สวัสดี), “Teşekkür ederim” (ขอบคุณ), “Lütfen” (กรุณา)
หัวข้อ | รายละเอียด |
---|---|
การเดินทาง |
– วีซ่า: ตรวจสอบข้อกำหนดวีซ่าก่อนเดินทาง |
ที่พัก |
– โรงแรม: มีให้เลือกหลากหลายระดับ |
อาหาร |
– เคบับ: หลากหลายประเภท |
วัฒนธรรม |
– การแต่งกาย: สุภาพเรียบร้อยเมื่อเข้าศาสนสถาน |
สถานที่ลับที่ไม่ควรพลาด: หนีจากความวุ่นวาย
1. หมู่บ้าน Sirince (Izmir): สวรรค์ของคนรักไวน์
Sirince เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่ตั้งอยู่บนเนินเขาใกล้กับ Ephesus เป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องของไวน์ผลไม้ มีร้านขายไวน์มากมายให้เลือกลอง นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารและร้านขายของที่ระลึกน่ารักๆ อีกด้วย ฉันเคยไปเดินเล่นในหมู่บ้านนี้แล้วรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในโลกอีกใบ
2. เมือง Amasra (Bartın): เมืองริมทะเลที่เงียบสงบ
Amasra เป็นเมืองริมทะเลที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของตุรกี เป็นเมืองที่เงียบสงบและสวยงาม มีชายหาดที่สวยงาม มีร้านอาหารทะเลอร่อยๆ และมีปราสาทโบราณให้เยี่ยมชม ฉันเคยไปพักผ่อนที่เมืองนี้แล้วรู้สึกผ่อนคลายมาก
글을 마치며
หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์และจุดประกายให้คุณอยากออกไปสัมผัสเสน่ห์ของตุรกีด้วยตัวเองนะคะ ไม่ว่าคุณจะเป็นนักเดินทางสายชิม นักสำรวจประวัติศาสตร์ หรือนักผจญภัยตามหาที่ลับ ตุรกีมีทุกสิ่งให้คุณค้นพบค่ะ เตรียมตัวให้พร้อมแล้วออกเดินทางกันเลย!
알아두면 쓸모 있는 정보
1. ค่าเงินที่ใช้ในตุรกีคือ ลีราตุรกี (Turkish Lira – TRY) แลกเงินจากบาทไทยไปเป็น USD หรือ EUR ก่อน แล้วค่อยไปแลกเป็น TRY ที่ตุรกี จะได้เรทที่ดีกว่า
2. ปลั๊กไฟที่ตุรกีเป็นแบบ Type F (220V) เตรียม Universal Adapter ไปด้วย
3. แอปพลิเคชันที่ควรมีติดเครื่อง: Google Translate (สำหรับแปลภาษา), Maps.me (สำหรับแผนที่ offline), BiTaksi (สำหรับเรียกรถแท็กซี่)
4. การต่อรองราคาเป็นเรื่องปกติในตลาด อย่ากลัวที่จะต่อราคา
5. น้ำประปาในตุรกีไม่แนะนำให้ดื่ม ควรดื่มน้ำดื่มบรรจุขวด
중요 사항 정리
– เตรียมตัวให้พร้อมทั้งร่างกายและจิตใจก่อนออกเดินทาง
– เคารพวัฒนธรรมและประเพณีท้องถิ่น
– เปิดใจรับประสบการณ์ใหม่ๆ
– สนุกกับการเดินทาง!
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) 📖
ถาม: ไปเที่ยวตุรกีช่วงไหนดีที่สุด?
ตอบ: ช่วงที่ดีที่สุดในการไปเที่ยวตุรกีคือช่วงฤดูใบไม้ผลิ (เมษายน-พฤษภาคม) และฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน-ตุลาคม) อากาศจะสบายๆ ไม่ร้อนหรือหนาวจนเกินไป เหมาะกับการเดินเล่นชมเมืองและทำกิจกรรมกลางแจ้ง นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวยังไม่เยอะเท่าช่วงฤดูร้อน ทำให้คุณได้สัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยวที่เงียบสงบและเป็นส่วนตัวมากขึ้น
ถาม: อาหารตุรกีที่ต้องลองมีอะไรบ้าง?
ตอบ: อาหารตุรกีอร่อยๆ มีเยอะมาก! แต่ที่พลาดไม่ได้เลยก็คือเคบับ (Kebab) มีให้เลือกหลายแบบทั้งเนื้อแกะ เนื้อไก่ หรือเนื้อวัว ต่อมาคือพิเด (Pide) หรือพิซซ่าตุรกี หน้าต่างๆ อร่อยมากเหมือนกัน และอย่าลืมลองขนมหวานอย่างบาคลาวา (Baklava) ที่หวานฉ่ำกำลังดี กินคู่กับชาตุรกีร้อนๆ ฟินสุดๆ นอกจากนี้ยังมีอาหารอื่นๆ อีกมากมาย เช่น โดเนอร์ (Doner), อิสเคนเดอร์ (Iskender), และเมนemen (Menemen)
ถาม: ค่าครองชีพในตุรกีแพงไหม?
ตอบ: ค่าครองชีพในตุรกีค่อนข้างถูกกว่าหลายประเทศในยุโรปตะวันตกและอเมริกาเหนือ ค่าอาหาร ที่พัก และการเดินทางไม่แพงมากนัก โดยเฉพาะถ้าคุณเลือกที่จะกินอาหารท้องถิ่นและพักในโรงแรมหรือเกสต์เฮาส์ขนาดเล็ก แต่ถ้าคุณต้องการความสะดวกสบายและหรูหรามากขึ้น ค่าใช้จ่ายก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย โดยรวมแล้ว ตุรกีเป็นประเทศที่คุ้มค่าในการไปเที่ยว เพราะคุณจะได้สัมผัสประสบการณ์ที่น่าตื่นตาตื่นใจในราคาที่ไม่แพง
📚 อ้างอิง
Wikipedia Encyclopedia